วันที่ 30 พ.ค. 2569 ที่ จ.ระยอง นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง เพื่อติดตามการดำเนินงานด้านอุตสาหกรรม พลังงาน โลจิสติกส์ ตลอดจนการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และความคืบหน้าโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3
โดยมี นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม
พร้อมด้วย นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง และผู้บริหารระดับสูงกระทรวงอุตสาหกรรมทุกกรมเข้าร่วม
โดยนายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และผู้บริหาร กนอ. และผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม ให้การต้อนรับและร่วมลงพื้นที่










รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมคณะ ได้เดินทางไปยังท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด เพื่อรับฟังบรรยายสรุปภาพรวมการบริหารจัดการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด รวมถึงแนวทางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์และการขนส่งทางทะเลเพื่อรองรับการเติบโตของภาคอุตสาหกรรม โดยคณะได้ลงเรือเยี่ยมชมพื้นที่โดยรอบท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ติดตามความคืบหน้าโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ซึ่งเป็นโครงการสำคัญในการรองรับการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เยี่ยมชมโรงไฟฟ้าและศูนย์การเรียนรู้ด้านพลังงาน BLCP เพื่อรับฟังแนวทางการบริหารจัดการด้านพลังงาน ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ เข้ารับฟังบรรยายสรุปการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย การจัดการเรื่องร้องเรียน ตลอดจนการดำเนินงานของศูนย์เฝ้าระวังและควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (EMCC)


















พร้อมกันนี้ได้เยี่ยมชมการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 และศูนย์ประสานและอำนวยความสะดวกในการเดินเรือ (VTMS) ซึ่งเป็นระบบสำคัญในการบริหารจัดการและควบคุมการเดินเรือให้เกิดประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุด พร้อมทั้งยังเป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมปิโตรเคมีรายใหญ่กว่า 10 ราย ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากกระทรวงอุตสาหกรรม กนอ. และผู้แทนภาคอุตสาหกรรมเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะ ปัญหาอุปสรรคและประเด็นความท้าทายของภาคอุตสาหกรรมในปัจจุบัน ทั้งด้านการแข่งขันของอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ต้นทุนพลังงานและสาธารณูปโภค มาตรการด้านสิ่งแวดล้อมและการลดคาร์บอน กฎระเบียบและขั้นตอนการอนุญาต การพัฒนาระบบโลจิสติกส์และท่าเรืออัจฉริยะ (Smart Port)














ซึ่งถือว่า มาบตาพุด คอมเพล็กซ์ เป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจไทย และเป็นฐานอุตสาหกรรมปิโตรเคมี พลังงาน และอุตสาหกรรมต่อเนื่องที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ครอบคลุม 6 นิคมอุตสาหกรรม และ 1 ท่าเรืออุตสาหกรรมมีบทบาทสำคัญต่อห่วงโซ่อุตสาหกรรมและการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดย กนอ. กระทรวงฯ ได้รับทราบข้อเสนอของภาคเอกชน และพร้อมเร่งผลักดันการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศอุตสาหกรรม เพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เพื่อยกระดับความสามารถการแข่งขันของประเทศ





























